คลินิกปลูกผม
รูปก่อนหลังปลูกผม
สาเหตุของผมร่วง
การปลูกผมโดยการย้ายเซลล์
การเปลี่ยนแปลงหลังปลูกผม
ผมปลอม
ผมร่วงในผู้หญิง
ยารักษาผมร่วง
แพทย์และพยาบาล
ความเชื่อ ความจริง
คำถาม คำตอบ
ต้องรู้ก่อนปลูกผม
การเตรียมตัวก่อนปลูกผม
แนะนำสถานที่
ติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์
 
 
การเดินทางมาเชียงใหม่
รถทัวร์มาเชียงใหม่
รถไฟมาเชียงใหม่
โรงแรมใกล้คลินิก
แผนที่คลินิกปลูกผม

จองคิวปลูกผม จองคิวปลูกผม
คลิปวีดีโอปลูกผม คลิปวีดีโอปลูกผม

ยารักษา ผมร่วง

     ปัจจุบัน ยาที่ใช้รักษาภาวะ ผมร่วง จากกรรมพันธุ์ที่มีผลทางการแพทย์พิสูจน์และผ่านการตรวจสอบจาก FDA (Food and Drug Administation) หรือ อ.ย. อเมริกา ว่าได้ผลในการรักษามีอยู่เพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือ

1.ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) ยานี้ออกฤทธิ์โดยการลดระดับฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดภาวะ ผมบาง ศีรษะล้าน แบบกรรมพันธุ์

DHTเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะ ผมบาง ศีรษะล้าน ได้อย่างไร?

     ภาวะ ศีรษะล้าน จากกรรมพันธุ์ จะเกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องมีองค์ประกอบ 2 ส่วน ด้วยกัน คือ

     1.กรรมพันธุ์หรือยีน ศีรษะล้าน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ

     2.ฮอร์โมนเพศชาย หรือ Testosterone (T)

     ฮอร์โมนเพศชาย ( T ) พบได้ทั้งเพศหญิงและชาย ฮอร์โมนนี้ผลิตจากลูกอัณฑะ และต่อมหมวกไต แล้วจึงเข้าสู่กระแสเลือด ไหลเวียนไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย ที่หนังศีรษะฮอร์โมนนี้จะถูกเปลี่ยนไปเป็น DHT (Dihydrotestosterone) โดยเอนไซม์ ( enzyme) 5- alpha reductase ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

DHT จะจับกับเซลล์สร้างเส้นผม และออกฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการสร้างเส้นผมปกติ

     DHT จะจับกับเซลล์สร้างเส้นผม และออกฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการสร้างเส้นผมปกติ ทำให้เส้นผมใหม่ที่ขึ้นมาทดแทนเส้นผมเดิมที่ร่วงไป มีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆเมื่ออายุมากขึ้น จนในที่สุดเกิดภาวะ ผมบาง และ ศีรษะล้าน ตามมา

ฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ถูกเปลี่ยนไปเป็น DHT (Dihydrotestosterone)
DHT ทำให้เส้นผมเล็กลง

     ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5- alpha-reductase ทำให้ระดับของ DHT ทั้งในกระแสเลือดและที่เซลล์สร้างเส้นผม ลดลงกว่า 60 % จึงช่วยป้องกันมิให้เส้นผมมีขนาดเล็กลงและยังอาจทำให้เส้นผมมีขนาดโตขึ้นได้อีกด้วย

Finasteride ทำให้เส้นผมอ้วนขึ้น

     ผลการรักษามีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการตอบสนองของยาในแต่ละคน จากรายงานทางการแพทย์ระบุว่า ฟิแนสเทอไรด์ทำให้ผมหยุดร่วง และ/หรือ ผมขึ้นใหม่ได้อยู่ระหว่าง 66 -88% ฟิแนสเทอไรด์ นับเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยและได้ผลดี ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ คือ ความต้องการทางเพศและการแข็งตัวของอวัยวะเพศลดน้อยลง พบได้น้อยกว่า 2 % ผลข้างเคียงอื่นๆซึ่งพบได้รองลงมาคือ ปริมาณน้ำอสุจิลดน้อยลง เจ็บบริเวณเต้านมหรือเต้านมอาจโตขึ้นได้ อาการข้างเคียงต่างๆเหล่านี้จะกลับคืนเป็นปกติเมื่อหยุดใช้ยา หรืออาจหายไปได้เอง แม้ว่ายังกินยาอยู่ก็ตาม ยาตัวนี้ต้องใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานจึงจะเห็นผล โดยทั่วไปแนะนำให้รับประทานยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่จะประเมินผลการรักษา และหากใช้ยาแล้วได้ผล จำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่องตลอดไป เพราะหากหยุดยา เส้นผมที่งอกใหม่ และ/หรือ เส้นผมที่ควรจะหลุดร่วงไป (แต่ไม่ร่วงเพราะฤทธิ์ของยา) จะร่วงไปจนหมด แต่ยานี้ไม่มีผลทำให้ ผมร่วง มากขึ้นกว่าเดิมแต่อย่างใด

ยา Propecia     ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) มีชื่อทางการค้าว่า “Propecia” (เม็ดละ 1 มิลลิกรัม)รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง ใช้ได้เฉพาะผู้ชาย ศีรษะล้าน ที่มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์เท่านั้น ยานี้ห้ามใช้ในผู้หญิง (เนื่องจากกลไกการเกิดศีรษะล้านในเพศหญิงต่างจากเพศชาย) เพราะ นอกจากจะใช้ไม่ได้ผลแล้ว ยังอาจเกิดความผิดปกติของอวัยวะเพศของบุตรในครรภ์ได้ (หากรับประทานยาในขณะตั้งครรภ์) ควรใช้ยานี้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง

 

2. ไมนอกซิดิล โลชั่น (Minoxidil Lotion) ยานี้มีชื่อทางการค้ามากมาย อาทิเช่น Rogaine ,Reten ฯลฯ เนื่องจากผลิตออกจำหน่ายมาเป็นเวลานานกว่า 15 ปี

ยา ไมนอกซิดิล โลชั่น (Minoxidil Lotion)      ลักษณะของยาเป็นน้ำ มีความเข้มข้นตั้งแต่ 2-5 % ใช้ได้ทั้งเพศหญิงและชาย แต่ในผู้หญิงจะได้ผลดีกว่า ใช้ทาที่หนังศีรษะบริเวณที่มีผมเส้นบางๆอยู่ ครั้งละ 1 มิลลิลิตร (ซีซี) วันละ 2 ครั้ง ควรทายาให้โดนที่หนังศีรษะเพื่อการออกฤทธิ์ของยาที่ดี ยานี้ค่อนข้างปลอดภัย มีการดูดซึมของยาน้อยมาก ขนาดความเข้มข้น 5 % ได้ผลในการรักษาดีกว่าชนิด 2 % แต่พบผลข้างเคียงได้มากกว่า ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยๆ คือ เกิดการระคายเคืองของหนังศีรษะบริเวณที่ทายา อาจมีขนขึ้นตามใบหน้า ซึ่งเมื่อหยุดยาแล้ว อาการดังกล่าวมักหายไปได้เอง ควรใช้ยาติดต่อกัน อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่จะประเมินผลการรักษา หากใช้แล้วได้ผลจำเป็นต้องใช้ยาตลอดไป หากหยุดยา ผมที่ขึ้นมาใหม่จะหลุดร่วงไป จนกลับสู่สภาพเดิม ในบางราย อาจพบว่ามี ผมร่วง มากขึ้น ในช่วงเริ่มต้น 3-5 สัปดาห์แรกของการใช้ยาเนื่องจากยาไปกระตุ้นให้ผมใหม่งอกขึ้นมา จึงดันผมเดิมให้หลุดร่วงไป

Untitled Document

 Untitled Document

กลับสู่ด้านบน

คลินิกปลูกผม / รูปก่อน หลังการปลูกผม / สาเหตุของผมร่วง /
การปลูกผมโดยการย้ายเซลล์/ การเปลี่ยนแปลงหลังปลูกผม / ผมปลอม /
ผมร่วงในผู้หญิง / ยารักษาผมร่วง / แพทย์และพยาบาล /
ความเชื่อความจริง
/ คำถาม คำตอบ / ต้องรู้ก่อนปลูกผม /
การเตรียมตัวก่อนปลูกผม / แนะนำสถานที่ / ติดต่อเรา
/ แผนที่เว็บไซต์

Untitled Document

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทร : (081)7652547 หรือ : (053)357526
FAX : 053-357527
Email : thaihairclinic@yahoo.com

 
 
"คลินิกปลูกผม" แตกต่างจาก "ศูนย์ให้บริการรักษาเส้นผม" อย่างไร ?
ค่าใช้จ่ายในการปลูกผม ?
ผลสำเร็จของการปลูกผม ?
ผลแทรกซ้อนจากการปลูกผม?
การปลูกคิ้ว หนวด เครา จอน?
ค่าใช้จ่ายในการ ปลูกผม ?
ศีรษะล้าน เกิดจากเลือด ไปเลี้ยงหนังศีรษะน้อย จริงหรือ ?
ต่อมไขมันบนหนังศีรษะ ผลิตน้ำมันมากเกิน จึงทำให้ศีรษะล้าน ?
เส้นผมขาดสารอาหาร ทำให้ผมร่วง ?
มียาชนิดใดบ้าง ที่ช่วยแก้ไขปัญหาผมร่วง ศีรษะล้านได้ ?
ศีรษะล้าน เกิดจากเลือดไปเลี้ยงหนังศีรษะน้อย จริงหรือ ?
 
 Copyright 2004 . Thailand Hair Transplant Center