|
ต้องรู้ก่อน ปลูกผม
ทฤษฎีของการ ปลูกผม กล่าวไว้ว่า “การที่ เส้นผม ของคนเราจะบางลง จนสามารถสังเกตเห็นได้นั้น ความหนาแน่นของ เส้นผม หรือปริมาณเนื้อผมของคนๆนั้น จะต้องลดลงไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง หรือ 50 เปอร์เซนต์” เช่น สมมุติว่าความหนาแน่นของ เส้นผม ในคนปกติมีจำนวน 160 เส้นต่อ 1 ตร.ซม.นั่นแสดงว่า เขาต้องสูญเสีย เส้นผม ไปอย่างน้อย 80 เส้นต่อ 1 ตร.ซม. หรือ เส้นผม ของเขายังมีจำนวนเท่าเดิมแต่มีขนาดเล็กลงครึ่งหนึ่งของ เส้นผม ปกติ(จากอิทธิพลของ ฮอร์โมนเพศชาย) คนอื่นจึงจะสังเกตได้ว่าผมของเขาบางลง หากเขาสูญเสีย เส้นผม หรือปริมาณเนื้อผมหายไปน้อยกว่านั้น ก็จะไม่มีใครสามารถบอกได้
ด้วยเหตุนี้เป้าหมายของการ ปลูกผม จึงไม่ใช่การย้าย เส้นผม มาปลูกทดแทน เส้นผม ที่สูญเสียไปทั้ง 100 เปอร์เซนต์ เพียงแต่ปลูกให้ได้ความหนาแน่นประมาณ 50 เปอร์เซนต์ของความหนาแน่นเดิม ก็เพียงพอที่จะทำให้ดูเกือบเป็นปกติแล้ว
ต้องไม่ลืมว่าการ ปลูกผม เป็นการย้ายเซลล์ เส้นผม ตรงบริเวณท้ายทอย และ/หรือขมับทั้งสองข้างมาปลูกทดแทน เส้นผม ที่สูญเสียไป ฉะนั้น เส้นผม ตรงบริเวณท้ายทอย และ/หรือขมับทั้งสองข้างก็จะลดจำนวนลงไปเช่นเดียวกัน ยิ่งศีรษะล้านลุกลามมากขึ้นเท่าใดก็เท่ากับว่า เส้นผมตรงบริเวณด้านหลังชึ่งสามารถจะย้ายมาปลูกได้ ยิ่งเหลือน้อยลงเท่านั้น นอกจากนี้พื้นที่ของ ศีรษะล้าน ก็มักจะเป็นมากขึ้นตามอายุ ยิ่งเริ่มเป็นตอนอายุน้อยเท่าใด โอกาสที่จะเกิด ศีรษะล้าน เป็นบริเวณกว้างก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และ ในปัจจุบันก็ยังไม่มีใคร (แม้แต่แพทย์เอง) ที่สามารถจะพยากรณ์ได้ว่า ในอนาคตคุณจะ ศีรษะล้าน มากน้อยแค่ไหน ฉะนั้นการ ปลูกผม จึงต้องมีการวางแผนการรักษาอย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณยังมีผมด้านหลังเหลือไว้ใช้ปลูกได้อีกในอนาคต
ในการ ปลูกผม แต่ละครั้ง หากพื้นที่ของ ศีรษะล้าน มีไม่มากนัก เช่นไม่เกิน 50-60 ตร.ซม. ด้วยเทคนิคของ คลินิกเรา ในปัจจุบัน เราสามารถ ปลูกผม ให้ได้ความหนาแน่น 50 เปอร์เซนต์ของความหนาแน่น เส้นผม เดิมในการปลูกครั้งเดียว (ความหนาแน่นในการ ปลูกผม แต่ละครั้งอาจแตกต่างกันได้ตั้งแต่ 25-50 เปอร์เซนต์ของความหนาแน่นของผมเดิม ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญของแต่ละ สถานพยาบาล ฉะนั้นจำนวน กอผม ที่ประเมินให้แก่คนไข้ของแต่ละสถานพยาบาลจึงแตกต่างกัน) จากประสบการณ์ของเราพบว่า คนไข้ส่วนใหญ่พอใจต่อผลการรักษา และไม่ต้องการปลูกซ้ำอีก แต่ก็มีคนไข้อีกจำนวนหนึ่ง เช่น ในกลุ่มคนอายุน้อย หรือ กลุ่มที่มีลักษณะด้อยของ เส้นผม เช่น ผมเส้นเล็ก เส้นผมที่ย้ายมาปลูกมีความหนาแน่นน้อย ผมเส้นตรง(ไม่หยิก) สีของผิวหนังตัดกับสีของเส้นผม ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะด้อยในการ ปลูกผม ก็อาจจำเป็นต้องกลับมาปลูกซ้ำอีก ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่สามารถจะบอกได้ว่าการ ปลูกผม จะจบได้ภายในครั้งเดียวหรือไม่(ทั้งๆที่ตามทฤษฎีแล้วน่าจะจบ) หากท่านสังเกตุดูจากรูปในเวปไซต์ของเราในหัวข้อ “รูปก่อน-หลังการ ปลูกผม” ก็จะพบว่า คนไข้บางคน ศีรษะล้าน เล็กน้อยแต่ปลูกไปถึง 2 ครั้ง ในขณะที่บางคน ศีรษะล้าน มากกว่าแต่กลับปลูกแค่ครั้งเดียว เนื่องจากความพอใจของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน
สำหรับคนที่มี ศีรษะล้าน เป็นบริเวณกว้าง การ ปลูกผม คงไม่สามารถจะจบได้ภายในครั้งเดียวอย่างแน่นอน บางรายอาจต้องปลูกถึง 3-4 ครั้ง และความหนาแน่นของผมก็อาจน้อยกว่า 50 เปอร์เซนต์ของเส้นผมเดิม ในบางรายอาจจะไม่สามารถที่จะปลูกให้ครอบคลุมพื้นที่ ศีรษะล้าน ทั้งหมดก็เป็นได้ เนื่องจากเส้นผมด้านหลังที่จะย้ายมาปลูกมีจำนวนจำกัด
แม้ว่าจะได้ปลูกผมทดแทนเส้นผมที่สูญเสียไปแล้วก็ตาม แต่เส้นผมที่ยังมีอยู่(ผมที่ไม่ได้ปลูก) ก็ยังอาจจะร่วงต่อไปอีกในอนาคต การใช้ยาเพื่อหยุด หรือชะลอไม่ให้ผมร่วงมากขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากเส้นผมเดิมของคุณยังคงร่วงต่อไป คุณก็ต้องกลับมาปลูกผมเพิ่มเติมอีก และเซลล์เส้นผมด้านหลังที่จะย้ายมาปลูกได้ก็อาจจะมีจำนวนไม่เพียงพอที่จะนำมาปลูกให้ครอบคลุมพื้นที่ ศีรษะล้าน ที่เพิ่มขึ้น หลังการปลูกผมแล้ว ท่านจึงควรใช้ยารักษาผมร่วงควบคู่ไปด้วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะศีรษะล้านลุกลามมากขึ้นอีก
โดยปกติแล้ว ผมที่ปลูกจะเริ่มขึ้นประมาณ 3-4 เดือน และขึ้นจนหมดภายใน 6-7 เดือนหลังการ ปลูกผม แต่ในบางครั้ง ผมที่ปลูกอาจจะขึ้นช้ากว่าปกติ บางรายอาจกินเวลานานถึง 1 ปี
Untitled Document
|
|
|
|
|